บ้านหลังสุดท้าย
ผมพาอามาอยู่กับย่า ที่บ้านหลังสุดท้ายของอาและของชีวิตมนุษย์
ผมสัญญาว่าอีก ๑๐๐ วัน จะขึ้นมาทำบุญให้ทั้งอาและย่าพร้อมกันทีเดียว
และในปีต่อๆ ไปหากขึ้นมาหาไม่ได้ ผมก็จะเป็นธุระทำหน้าที่นี้ในวัดดีใกล้บ้านที่กรุงเทพฯ
ความรู้สึกมากมายอยากบอกกล่าว เขียนไปแล้วก็หลายหน้ากระดาษเพื่อเป็นคำไว้อาลัย
แต่ไม่อยากให้ตัวเองเศร้ากับฉากสุดท้าย จึงรีบเดินตรงขึ้นไปทางศาลาวัดเพื่อกราบลาหลวงพ่อ
สายตาของผมไปสะดุดกับความงามของป่า
ต้นไม้สวยเหลือเกิน สวยสะพรั่งออกดอกอวดสีทุกต้น สวยกว่าทุกครั้งที่ผมเคยเห็นมาตลอดชีวิต
ผมไม่เคยเห็นป่าที่วัดสวยเท่าวันนี้มาก่อน เพราะถ้ามันไม่เขียวทึมทึบ ก็มีแต่สีน้ำตาลของใบแห้ง
แต่วันนี้ ป่ามีทุกสี โดยเฉพาะใบสีเหลืองของต้นแรกที่ทำเอาผมตะลึงงันกับความสดใสของมัน
.........
พูดอย่างหลงตัวเองหน่อยก็บอกได้ว่า ต้นไม้หลายต้นมันคงรู้จักหรือเคยเห็นผมมาบ้าง
อาจจะเติบโตมาด้วยกัน พร้อมๆ กัน แต่เวลากว่าสามสิบปีเราคงเปลี่ยนไปเกินจะประมาณ
จึงเหมือนกับถ่ายรูปเพื่อนเก่า เพื่อนที่ผมได้แต่มองผ่าน รู้ว่าให้ร่มเงาร่มเย็นเป็นวัดป่าของแท้
แต่ในยามที่จิตขุ่นมัวไม่สู้ดีอย่างนี้นั้น สีสันของดอกไม้ ใบไม้เพื่อนเก่า ช่วยผมได้มากทีเดียว
ถ้าอาเดินมาข้างๆ พร้อมกันกับผมเหมือนเช่นทุกครั้ง โดยเฉพาะครั้งสุดท้ายที่ผมกลับมาที่นี่
ผมคงชี้ให้อาดูว่า วัดของเรา วัดที่เราเคารพนับถือกันมาเนิ่นนานนั้นสวยงามงามแค่ไหน
จะมีใครมองเห็นอย่างเราว่า ความสวยงามไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของโบสถ์วิหาร
ใบไม้ละจากกิ่งก้าน ร่วงปลิดปลิวทับถมคลุมดินให้ชุ่มชื้น
ใบล่างสุดรอวันย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยเป็นดิน กลับไปหล่อเลี้ยงใบอ่อนที่เพิ่งแตกหน่อ
เป็นธรรมชาติแห่งวงจรชีวิตที่เราต่างรับรู้ แต่บางเรื่องก็ยากที่จะทำใจยอมรับโดยง่าย
.........
ผมหยิบกล้องมาจากมือน้อง มีอารมณ์อยากเก็บภาพอย่างประหลาด
แม้มีเวลาจำกัด แต่ผมถ่ายรูปต้นไม้ไว้หลายต้น
ทั้งต้นสีส้ม สีเขียว สีน้ำตาล ... ที่ต่างพร้อมใจอวดโฉมเปล่งปลั่งปลายหน้าหนาว
เดินเข้าไปในป่า หยิบใบไม้มาพิจารณา
"ถ้าดอกไม้พูดด้วยกลีบ ต้นพูดได้ด้วยใบ" เหมือนคำพูดในหนังสือลำเนาป่า
ผมคิดเข้าข้างตัวเองว่า
วันนั้น ... ป่าสดุดีคนจาก และให้กำลังใจคนอยู่
........
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
enter to main page.