๑
หลายวันก่อนผมกลับถึงบ้านเช้ามืด
ไม่ดึกก็เช้าเกินกว่าข่มตา จึงนั่งทำงานบ้านสารพัดที่ละเลยไป
กะว่าพอทุกอย่างเรียบร้อยจะได้นอนหลับสบาย
เห็นฟ้าเปลี่ยนสีจากดำเข้มเป็นฟ้าอ่อนจางๆ
กลิ่นข้าวหุงสุกลอยมาตามลมแทรกด้วยเสียงไก่ขัน
เปิดโทรทัศน์ดูรายการข่าวภาคเช้า รับฟังเหตุการณ์ทั่วโลก
ข่าวสมเด็จพระสันตปาปาองค์ใหม่, สภาพอากาศของฮานอย,
ราคาน้ำมันที่ตลาดสิงคโปร์, นายกรัฐมนตรีอิตาลียุบสภา ฯลฯ
ผมละจากแก้วกาแฟที่กำลังล้างหันมาฟังข่าวๆ หนึ่ง
มีการจัดนิทรรศการความเงียบที่ฝรั่งเศส
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจในโลกของผู้พิการทางหู
ผมชอบกิจกรรมง่ายๆ น่ารักแต่คิดยากแบบนี้
วิธีการก็คือ เขาให้คนที่เข้าร่วมงานคลอบหูฟังเพื่อกันเสียง
แล้วหาวิธีสื่อสารกันให้รู้ความ เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปได้
ว่ากันว่า จะสั่งกาแฟสักแก้วนั้นก็ช่างยากเย็น
.........
๒
ผมคิดถึงเรื่องสั้นแปลเก่าๆ ที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว
เป็นเรื่องของชายหนุ่มหูหนวก ไม่สามารถรับรู้สรรพเสียงใดๆ ในโลกนี้
และกว่าจะพูดแต่ละคำได้ก็ช่างยากเย็น เขาเลยใช้วิธีเขียนใส่กระดาษเพื่อสื่อสาร
ตอนยังเด็ก แม่พาเขาไปให้หมอตรวจ แต่หมอไม่พบอาการผิดปกติใดๆ
ทุกคนสิ้นหวัง กลายเป็นตัวละครในหนังเงียบเรื่องใหญ่
และปลอบใจเขาว่าอย่างน้อยเขายังมองเห็นโลก
ด้วยสายตาที่อ้างว้าง เขามองเห็นความงดงามของดอกไม้
รู้สึกผ่อนคลายในห้องสลัวๆ เมื่อแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามา
สีสันของแสงในแต่ละช่วงของวัน เช้าจรดเย็น
เช้ามืดสู่รุ่งสางแต่เขาไม่เคยได้ยินเสียงใดๆ จึงได้แต่จินตนาการ
เขาจินตนาการถึง ...เสียงอันอบอุ่นของแม่เวลาเรียกมากินข้าว,
เสียงน้องชายเวลาวิ่งเล่นหัวเราะ, เสียงด่าทอของคู่สามีภรรยาข้างบ้าน,
เสียงสุนัขเห่าคนแปลกหน้า, เสียงระฆังจากโบสถ์,
เสียงคนกระซิบกระซาบกัน ฯลฯ
........
คนอ่านคงจินตนาการถึงเสียงเหล่านี้ไม่ยากใช่มั้ยครับ
แต่สำหรับชายหนุ่มในหนังสือ ... แสนยากล้านยาก
เพราะเขาไม่เคยรู้ว่ามันเป็นเช่นไร
..........
๓
วันหนึ่ง ... ชายหนุ่มได้รู้จักหญิงสาวที่เพิ่งย้ายมาใหม่
เธอย้ายมาอยู่บ้านใกล้ๆ พร้อมเครื่องดนตรีสีดำชิ้นใหญ่
ในเวลาไม่นาน คนสองคนก็กลายเป็นเพื่อนกัน
เขาอยากรู้ว่า เสียงของเครื่องดนตรีที่เธอเล่นเป็นยังไง
เขาเคยเห็นมันไกลๆ ในยามเช้าวันอาทิตย์ที่ไปโบสถ์กับครอบครัว
เขาเห็นคนร้องเพลง เต้นรำ สนุกสนาน ซาบซึ้ง แต่เขาทำได้แค่ยืนตัวตรง
เมื่อมีเธอ เขาพยายามอีกครั้งที่จะได้สัมผัสรับรู้เสียงของมัน
ชายหนุ่มยื่นแขนออกไป เอ่ยท่าทางขอให้เธอลองกดนิ้วเล่นทำนอง
ไม่มีดนตรีเกิดขึ้นเพราะหนังสือไม่ใช่หนังจะได้มีเสียงประกอบ
.........
เนิ่นนานวัน เธอยังคงพรมนิ้วที่ท่อนแขนของเขา
เป็นทำนองของเพลงทั้งช้าเร็ว ทั้งเพลงสนุกและเพลงเศร้า
เพลงกล่อมเด็กง่ายๆ และเพลงรักที่ซับซ้อน
เธออย่างบรรเลงอย่างไม่รู้เหนื่อย
ส่วนเขาก็เขียนถ้อยคำอธิบายความรู้สึกในโลกที่เงียบงัน
เธอค่อยๆ อ่าน คอยพูดคุย ซักถาม กระทั่งนิ่งเงียบเฉยๆ
อย่างที่เขาบอกกันว่า ในความเงียบก็มีการสื่อสารกันอยู่
ในความเงียบก็ถ่ายทอดความเข้าใจกันได้
...........
๔
เช้าวันหนึ่ง เขาก็เริ่มได้ยินเสียงของสรรพสิ่งรอบกาย
เขารู้แล้ว ... เสียงของนกร้องยามเช้านั้นเป็นเช่นไร
เสียงของถ่านประทุไฟนั้นยิ่งทำให้ไม่น่าเข้าใกล้
กระทั่งเสียงของสายลมที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมี .. เขาก็ได้ยิน
เขาพูดได้ง่ายขึ้น แต่ถ้อยคำกลับพรั่งพรูออกมาเป็นหนังสือเล่มใหญ่
ทุกคนแปลกใจ แม่น้ำตาไหล หมอประจำเมืองนำเขาไปตรวจอีกครั้ง
ในหนังสือเล่มนั้น เขาอธิบายถึงโลกที่ไร้สรรพเสียง
ในโลกที่เงียบงันก็ไม่ต่างจากการมีชีวิตอยู่คนเดียว
และเขียนถึงเธอ ... ทุกสิ่งที่เธอทำตั้งแต่วันแรก
ชายหนุ่มบรรยายไว้ในหน้าสุดท้ายก่อนจะจบนิยายว่า
เหตุที่เขาได้ยินเสียง ซึ่งหมอหรือพระก็หาคำตอบไม่ได้ว่า
ไม่ใช่ว่าหูของเขากลับมาเป็นปกติอย่างคนทั่วไป
แค่หัวใจเขาเริ่มทำงานก็เท่านั้นเอง
...........
ห้าโมงเช้า ๕๗ นาที
วันจันทร์ที่ 25 เมษายน ๒๕๔๘
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -