The Classic


ว่ากันว่าใครที่เคยสัมผัสคอมพิวเตอร์แมคอินทอชของบริษัทแอปเปิลแล้ว
จะอดหลงใหลในเสน่ห์ของมันไม่ได้ นานวันเข้าพวกเขาจะแปรเปลี่ยน
จาก Macuser กลายเป็น Macfan ไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ผมไม่มีสถิติตัวเลขการสำรวจอะไรมายืนยันคำอ้างนี้
มันอาจเป็นเพียงความรู้สึกของคนบางคนหรือคนบางกลุ่มเท่านั้นก็ได้
อะไรก็ตามแต่ที่หลงรักเข้าให้แล้ว ไม่ว่าจะต้องเหินห่างกันนานสักแค่ไหน
เมื่อโลกหมุนให้มีโอกาสได้พบเจอกันอีกครั้ง ความรู้สึกเก่าๆ ก็กลับมา
..........

Color Classic สมบูรณ์ตัวหนึ่งของฝรั่งเขา


ผมรู้จักแอปเปิลแมคอินทอชรุ่น Color Classic ครั้งเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3
ความที่เลือกเรียนสายวารสารทำให้ต้องหัดทำหนังสือสักเล่มขึ้นมาส่งครู
ทั้งนี้หมายถึงเนื้อหาและหนังสือเป็นๆ อย่างที่เขาพิมพ์ขายกันด้วย
คอมพิวเตอร์ตระกูล Windows/Dos ที่คนส่วนใหญ่เอาไว้พิมพ์งาน
จึงถูกปรับแต่งเพื่อให้ทำงานสิ่งพิมพ์ได้ ซึ่งมันก็ทำได้ดีตามสมควรของมัน
วันที่ผมไปส่งไฟล์งานที่ร้านแยกสีเพื่อทำเพลท ผมได้พบกับแมคอินทอชหลายเครื่อง
และหนึ่งในนั้นเป็นเครื่องตัวจิ๋ววางอยู่โดดเดี่ยวและแตกต่างจากเครื่องอื่นที่ผมเคยเห็น
"มันกำลังส่งไฟล์งานไปเครื่องยิงฟิล์ม" เจ้าของร้านบอกผมทันทีที่ถาม
ผมแปลกใจที่ว่าเจ้าตัวเล็กยังใช้งานได้เทียบเท่าเครื่องใหญ่ที่ใหม่กว่า
.........

ผ่านไปปีเศษ ณ สถานที่ๆ ผมเริ่มงานครั้งแรก ผมเห็นเพื่อนเก่าของผมยืนอยู่
มันมีสติ๊กเกอร์สีชมพูแปะอยู่มุมขวาเขียนว่า "ช้างน้อย" คงเพราะรูปร่างของมัน
โดยเฉพาะหากมองจากด้านข้าง ผมยิ้มให้อารมณ์ขันของรุ่นพี่คนที่จากไป
ช้างน้อยไม่ได้ถูกใช้งานอีกแล้ว เพราะมีเครื่องรุ่นใหญ่กว่าและเครื่องใหม่ที่กำลังสั่งซื้อ
แต่ในยามพักกลางวัน ผมก็อดที่จะไปสัมผัสและเปิดให้มันมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้
สลับกับอ่านคอลัมน์ "จุดไฟในนาคร" ใน "อาทิตย์รายสัปดาห์" นับร้อยเล่ม
ที่เจ้าของเก่าเขาทิ้งไว้เป็นมรดกพร้อมกับ Color Classic (CC) ตัวนี้
..............


ผมจากอีกที่ไปอีกที่ตามวิถี งานในช่วงหลังไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งพิมพ์มากนัก
จึงแทบเรียกได้ว่าลาขาดกันอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งหนึ่งที่เกี่ยวโยงผมไว้กับมันอยู่เสมอ
คือการหาไอคอนของแมคอินทอชแล้วแปลงมาใช้กับวินโดวส์ (บางทีก็ไม่ต้องแปลง)
เมื่อมีโอกาสได้ใช้เครื่องแมคอีกครั้ง ผมอาศัยความคุ้นเคยเพื่อเรียกความรู้สึกเก่าๆ
หาหนังสืออ่าน จากนั้นเมื่อพร้อมก็ลองใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ที่ชื่อ OSX (10.2 ->10.3)
ผมเชื่อว่าคนที่เป็น Macfan น่าจะเข้าใจความรู้สึกของผมดีขณะกำลังขี่เสือดำ

ผมพบโฆษณาในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง เขาว่ามีเพื่อนเก่าที่ชื่อช้างน้อยคอยอยู่หลายตัว
เอาไปเอามาจากการติดต่อหลายต่อหลายเจ้า ผมเลยได้ช้างสภาพสมบูรณ์มาสองเชือก
ด้วยความสามารถของ AppleTalk เมื่อผมเอาสายโทรศัพท์มาต่อเชื่อม
ช้างน้อยสองตัวเข้าด้วยกันคอมพิวเตอร์ทั้งสองตัวจึงมองเห็นกันและกัน
จากการสำรวจ ... เชือกแรกเป็นช้างมาจากทวีปอเมริกาเหนือ (Sytem 7.5.3 Ram 10 Mb.)
ไม่น่าเชื่อว่าฝรั่งเขาใช้ของได้คุ้มจริงๆ เพราะมันมีเว็บบราวเซอร์รุ่นแรกที่ผมเคยใช้
ติดตั้ง (Netscape2.0) อยู่ด้วย และ Telnet รวมถึงโปรแกรมเมล์ Eudora 3.1 ซึ่งเวอร์ชั่นนี้
เครื่องพีซีที่ทำงานผมยังใช้อยู่เลย ซึ่งหากเป็นบ้านเราคงออนไลน์กับเครื่องรุ่นใหม่ทั้งนั้น
ผมเริ่มสนุกอยากให้มันรู้จักความเป็นไทยขึ้นมาสักนิดจึงลง ThaiTalk ให้มัน
ต่อมาเมื่อค้นหาข้อมูลต่อผมพบว่า มีกลุ่มคนมากมายทั้งในอเมริกาและญี่ปุ่น
ที่พยายามรักษามันไว้ด้วยการปรับแต่งบางอย่าง เช่น เมนบอร์ด ติดซีดีรอม ไปจนถึงเปลี่ยนชิป

A Long-Discontinued Macintosh Still Thrills Collectors to the Core

เชือกที่สองหรือแฝดน้องนั้น ผมไปอุ้มมาจากโรงพิมพ์แห่งหนึ่งย่านดอนเมือง
สภาพภายในดูจะแข็งแรงกว่าแฝดพี่อยู่มาก (Sytem 7.5.1 Ram 10 Mb.)
ผมพบว่ามันเคยถูกใช้งานในสถานีวิทยุแห่งหนึ่ง ตรวจลึกลงไป
ผมได้พบกับบทความและบทวิจารณ์เกี่ยวกับภาพยนต์และดนตรีหลายสิบเรื่อง
ซึ่งคงจะเป็นบทวิทยุที่ออกอากาศมาแล้วนั่นเอง มีหลายชิ้นน่าสนใจมาก อาทิ
ประวัติละครเพลง, ประวัติชีวิตและผลงานของพระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ และ
100 ปีหนังในประเทศไทย แค่นี้ก็พอจะทำให้คอหนังอยากกันบ้างแล้วใช่มั้ยครับ
นอกจากนี้ ยังมีบทวิจารณ์ในมุมมองที่ผมหลุดไปกับหนังทั่วไปอีกหลายเรื่อง
เช่น วิถีคนกล้า, The Graduate, Looking for Richard, Phenomenon เป็นต้น
เหมือนมีเพื่อนมาคุยเรื่องเก่าๆ กันกลางดึก ... ผมเจออะไรเข้าให้แล้วนี่ !!
........


ขณะนั่งอยู่กับช้างน้อยเพื่อเขียนบันทึกเรื่องนี้ผมคิดถึงคำพูดของ
ดร.อัลเฟรด แลนนิ่งตัวละครในหนังเรื่อง i, ROBOT (Alex Proyas 2004)
ชายสูงวัยผู้เป็นเหมือนบิดาของหุ่นยนต์ทุกตัวกล่าวว่า
"นับแต่มีเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรก ก็มีวิญญาณอยู่ในเครื่องจักรกลเรื่อยมา ..
เกิดอะไรขึ้นในสมองของหุ่นยนต์เมื่อหมดประโยชน์ไปแล้ว ? ...
หุ่นยนต์ต่างแสวงหากันและกัน มากกว่าจะอยู่โดดเดี่ยว ...
ทำไมหุ่นยนต์ที่ถูกทิ้งให้อยู่ในที่มืดจึงเสาะหาแสงสว่าง
ทำไมหุ่นยนต์ที่ถูกเก็บไว้ในที่ว่างจึงจับกลุ่มรวมกันมากกว่าจะอยู่โดดเดี่ยว
เราจะอธิบายพฤติกรรมที่ว่านี้อย่างไร ?"

หนังไม่ได้ตั้งแง่หรือสงสัยหรอกว่า มนุษย์จะสามารถเป็นมิตรกับจักรกลได้หรือไม่ ?
แต่กับสิ่งที่หมดวาระไปแล้วนั้นจะมีหนทางคลี่คลายตัวเองอย่างไร ?
ฉากจบของหนังทิ้งบางอย่างให้ขบคิด เมื่อหุ่นยนต์ทุกตัวมองไปที่ผู้ปลดปล่อย
บางอย่างที่ว่าอาจไม่มีคำตอบให้ง่ายๆ แต่ก็เป็นเชื้อของความหวังในอนาคต
..........

ผมทึกทักเอาว่า ช้างน้อยสองตัวในห้อง
คงไม่ต่างจากหุ่นยนต์ในหนังสักเท่าไหร่
มันตกรุ่นและถูกเก็บไว้ให้ฝุ่นเกาะอยู่ในโกดังเฉยๆ
หากไม่มีใครเหมามาขายก็ยังเป็นแค่ขยะอิเล็คทรอนิกส์
ถ้าหากว่ามันมีวิญญาณอยู่จริงอย่างที่ ดร.แลนนิ่งพูด ...
คนอย่างผมก็คงทำได้แค่ใช้งานเล็กน้อยๆ ให้มันรู้สึกว่ายังสำคัญอยู่
หมั่นเปิดไฟให้มันเห็นแสงสว่างในเอง ... และเปิดนานพอให้มันอุ่น
แต่สำหรับคนรู้ว่าตัวว่าตนเองได้ "ตกรุ่น" และยากที่อัพเกรดหัวจิตหัวใจแล้วนั้น
และบังเอิญได้ดูหนังวิทยาศาสตร์เรื่องที่ว่านี้ ย่อมรู้ดีว่า
จริงๆ แล้ว ... ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์หรอกนะ
ที่มองหาความอบอุ่นและแสงไฟ
..............

เที่ยงคืน ๒๔ นาที
คืนวันอาทิตย์ที่ ๒ มกราคม ๒๕๔๘
บ้านสีฟ้าไม่มีวันกลับมาใหม่ หัวใจคนสลาย
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ชื่อ
อีเมล์
ความคิดเห็น

 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หากต้องการนำข้อมูลไปใช้กรุณาติดต่อเว็บมาสเตอร์ก่อนนะครับ : )
© 2000 - 2001 Aphichet Piyasri All Rights Reserved.
www.thaidot.com